วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

2 การทำอีเบย์ (ebay)

การขายของผ่านอีเบย์

ระบบการขายของผ่านอีเบย์ มีมาหลายปีแล้วครับ มีทั้งระบบประมูลเพื่อให้ลูกค้ามาตั้งราคาแข่งกัน หรือเราจะกำหนดราคาขายตายตัวก็ได้ ส่วนสินค้าที่ขายนั้น บอกได้เลยว่า อะไรก็ได้ ทุกอย่าง ทั้งของเก่าและของใหม่ ของสะสม ของที่เราคิดว่าเป็นขยะรกบ้าน ยังเอามาขายได้เลยครับ บางคนเขาชอบ แต่เราไม่ต้องการมันแล้ว

วิธีการก็คือ ไปเปิดบัญชีอีเบย์ จากนั้นถ่ายรูปสินค้า (ผมมีบล็อกแนะนำการถ่ายสินค้าลงอีเบย์เพื่อให้ขายดี) ตั้งราคาขาย เมื่อมีคนสั่งซื้อจะมีอีเมลมาแจ้งให้เราทราบ โดยเงินจะเข้าไปยังบัญชี PayPal แล้วเราก็ไปส่งของที่ไปรษณีย์

นั่นคือ การขายของผ่านอีเบย์ เราทำอยู่ 4 อย่างครับ คือ

1 หาสินค้าที่จะขาย อะไรก็ได้ ทั้งของใหม่ และของเก่า
2 ถ่ายรูปประกาศขาย
3 นำรูปลงประกาศที่อีเบย์ พร้อมตั้งราคา หรือจะให้ประมูลก็ได้
4 ส่งของให้ลูกค้าทางไปรษณีย์

ส่วนอย่างอื่นอีเบย์ทำให้หมดครับ ไม่ว่าจะเป็นการตลาด การเก็บเงิน

ดังนั้น การทำผ่านอีเบย์ จึงพัฒนาขึ้นมาจากแบบแรก (อีคอมเมิร์ส) ที่เราต้องทำทุกอย่างเองหมด คราวนี้ไม่ต้องยุ่งเรื่องเงิน และไม่ต้องยุ่งเรื่องการทำเว็บ ไม่ต้องยุ่งเรื่องการโปรโมท ทางอีเบย์เป็นผู้จัดการให้หมด แต่เค้าคิดค่าธรรมเนียมเรานะครับ ประมาณ 10% ของราคาขาย และเมื่อรับเงินทาง PayPal เราก็เสียค่าธรรมเนียมการรับเงินอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อแปลงจาก US Dollars มาเป็นบาท ก็เสียค่าอัตราแลกเปลี่ยน (ที่โหดมาก ๆ) อีกต่อหนึ่ง (หลายต่อ)

สิ่งที่ลืมไม่ได้เลย คือค่าส่งไปรษณีย์ด้วยนะครับ เพราะส่งไปเมืองนอกมันแพงครับ หลายคนใช้วิธีบอกว่าส่งฟรี แต่รวมค่าส่งไว้ในสินค้าเลย หรือบางคนใช้วิธีแยกค่าส่งออกมา เพื่อทำให้ตั้งราคาสินค้าต่ำ ๆ ส่วนเวลาลูกค้าซื้อแล้ว ต้องบวกค่าส่งเข้าไปอีกต่อหนึ่งด้วย

ดังนั้นการขายของผ่านอีเบย์ ที่เห็นว่ากำไรสูง ๆ นั้น มีค่าใช้จ่ายสูงเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น กางเกงมวยไทย ต้นทุนเราซื้อมาตัวละ 100 บาท ตั้งราคาขาย $20 ก็คือประมาณ 600 บาท เราจะโดนโน่นนี่ + ค่าส่ง ค่าเสียเวลา ค่าธรรมเนียม หักไปหักมา ประมาณ 300 บาท เหลือกำไรจริง ๆ อาจจะนิดเดียว ดังนั้น การขายของผ่านอีเบย์ จึงต้องมีการบวกราคาไว้เยอะพอสมควร (ไม่งั้นขาดทุน)

การตลาดแบบนี้ที่เป็นเว็บของไทยก็มีนะครับ เช่น ตลาดดอตคอม (tarad.com) หลักการคล้าย ๆ กันครับ แต่ละแห่งมีข้อแตกต่างกันนิดหน่อย คือเค้าจะอำนวยความสะดวกในการทำเว็บให้ เรานำสินค้าเราไปลง แล้วเค้าก็จะเก็บค่าธรรมเนียมอะไรอย่างงี้

ยังไงถ้าใครคิดจะทำจริง ๆ จัง ๆ มีหนังสือภาษาไทย (ตามร้านหนังสือ) รวมทั้งเว็บสอนขายของออนไลน์มากมายเลยนะครับ ลองศึกษาให้ละเอียด ๆ จะได้ไม่พลาดครับ . . .

สรุปคือ ชีวิตการทำอีเบย์ ก็คือ ถ่ายรูป รับออร์เดอร์ แล้วก็ไปที่ไปรษณีย์ครับ มีอยู่ประมาณนี้ ผมละไม่ชอบขั้นตอนไปที่ไปรษณีย์เลย เพราะแถวยาวมาก ต้องเข้าแถวปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เคยลองทำ และเลิกทำธุรกิจนี้ไปแล้วครับ . . . .

เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาเล่าวิธีทำธุรกิจออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตแบบต่อไปนะครับ . . .


ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น