วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2563

ความสุขคืออะไร?



นักจิตวิทยาชื่อ วีนโฮเฟ่น (1997) ให้นิยาม “ความสุข” ว่าหมายถึงการประเมินของแต่ละคนว่าชื่นชอบชีวิตโดยรวมของตนเองมากแค่ไหน การที่เราบอกว่าเรามีความสุข จึงหมายถึงเรารู้สึกชอบหรือพึงพอใจกับชีวิตเรานั่นเอง คนที่มีความสุขนั้น เป็นคนที่แทบจะไม่รู้สึกวิตกกังวลกับชีวิตนเอง ชอบสนุกสนานอยู่กับเพื่อนฝูง และชอบประสบการณ์ใหม่ ๆ มีอารมณ์มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงขึ้นลงง่าย และมักจะหวังว่าตนจะพบเจอสิ่งดี ๆ ในอนาคต ส่วนคนที่ไม่มีความสุขนั้น มักจะรู้สึกว่าชีวิตตัวเองย่ำแย่ ไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น หรือถึงขนาดคิดฆ่าตัวตายก็มี เพราะฉะนั้นความสุขจึงเหมือนสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิตเรา
เมื่อรู้แล้วว่าความสุขคืออะไร คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับความสุขต่อมา ก็คือ “เงินซื้อความสุขได้หรือไม่” หลายคนเชื่อว่า ความรวยและการอยู่ดีกินดีทำให้เรามีความสุขได้ จึงทำงานหนักเก็บเงินสร้างฐานะ แต่นักจิตวิทยาได้ศึกษาพบว่า เมื่อเรามีสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตแล้ว ความร่ำรวยหรือเงินเดือนที่สูงเกินจำเป็น ไม่ได้ทำให้คนเรามีความสุขมากตามไปด้วย ถึงแม้ว่าคุณจะรวยติดอันดับมหาเศรษฐีร้อยคนแรกของอเมริกา การศึกษาก็พบว่าคนเหล่านี้มีความสุขมากกว่าคนทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือในคนที่ได้ขึ้นเงินเดือน เทียบกับคนที่ไม่ได้ขึ้นเงินเดือนเลย คน 2 กลุ่มนี้ก็มีความสุขไม่ต่างกัน ดังนั้น ความร่ำรวยก็เหมือนการมีสุขภาพดี นั่นคือถ้าบกพร่องหรือยากจนแล้ว จะทำให้เราเกิดทุกข์ได้ แต่การรวยมากหรือสุขภาพดีมาก ก็ไม่ได้รับประกันว่าเราจะมีความสุขมากเสมอไป
แล้วอะไรบ้างถึงจะทำให้เรามีความสุขได้ และถ้าอยากจะทำตัวให้มีความสุขมากขึ้นจะต้องทำอย่างไร?
บุคลิกลักษณะแรกของคนที่มีความสุข คือ เป็นคนที่นับถือตนเองสูง ซึ่งหมายถึงว่าเป็นคนที่ชอบตัวเอง มองตัวเองในแง่บวก เช่น มองว่าตัวเองมีเสน่ห์ ฉลาดกว่าคนอื่น เข้ากับผู้อื่นได้ดี สุขภาพร่างกายแข็งแรงกว่าคนอื่น ๆ ซึ่งบางครั้งเป็นการคิดเข้าข้างตัวเองฝ่ายเดียว
ลักษณะสำคัญลักษณะที่ 2 ของคนที่มีความสุข คือ การรู้สึกว่าตัวเองควบคุมชีวิตของตัวเอง เป็นคนที่เชื่อว่าชีวิตเป็นของเรา จะดีจะร้ายจะประสบความสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่ตัวเราเอง ไม่รอโชคชะตา เชื่อว่าเราควบคุมสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตเราเองได้ นักจิตวิทยาพบว่า คนที่เชื่อแบบนี้จะเรียนได้ดี ทำงานก็ประสบความสำเร็จ และแก้ปัญหาความเครียดของตัวเองได้ดีกว่า จึงเป็นคนที่มีความสุข
ลักษณะที่ 3 ของคนที่มีความสุขคือ การเป็นคนมองโลกในแง่ดี ไม่ว่าจะทำอะไรก็มองหาแง่มุมที่ทำให้ตนเองมีกำลังใจ ทำงานสำเร็จก็มองว่าเป็นเพราะตัวเองเก่ง ไม่ใช่เพราะโชคช่วย ถ้าต้องเจอกับงานใหม่ ที่เรียนใหม่ ก็มองว่าตัวเองจะทำได้ดี จะไปได้สวยแน่ ๆ เพียงแค่คิดในแง่ดีเช่นนี้ คุณก็มีโอกาสประสบความสำเร็จ มีสุขภาพดี และมีความสุขกว่าคนอื่น ๆ
ลักษณะที่ 4 ของบุคลิกภาพของคนที่มีความสุข คือการเป็นคนเปิดเผย ชอบแสดงออกทางความรู้สึก เช่น ยิ้มหน้าบานเมื่อรู้สึกดีใจ เป็นคนชอบเข้าสังคมสังสรรค์เฮฮา มีเพื่อนฝูงมากมายให้พูดคุย ไม่ใช่คนเก็บตัวเงียบอยู่คนเดียว
ลักษณะเหล่านี้ก็ฝึกฝนเพิ่มพูนกันได้ เพราะฉะนั้น ลองมาเริ่มนับถือตนเอง มองโลกในแง่ดี เปิดเผยตัวเอง และควบคุมชีวิตของเราเอง แล้วคุณก็จะพบว่าความสุขอยู่ไม่ไกลเราเลย
เคล็ดลับที่จะทำให้เรามีความสุขอย่างหนึ่งก็คือการหัวเราะ นักวิจัยทั้งทางด้านจิตวิทยาและด้านการแพทย์ ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าการหัวเราะมีประโยชน์ต่อทุก ๆ คนหลายอย่าง การหัวเราะทำให้ร่างกายหลั่งสารที่ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ และรักษาความเจ็บป่วยบางอย่างได้ และที่สำคัญกว่าอะไรทั้งหมด คือเมื่อหัวเราะ เราจะรู้สึกดี ไม่ว่าจะเป็นการหัวเราะคิกคักหรือหัวเราะอย่างเต็มที่ก็ตาม แต่หลายคนอาจเกิดคำถามว่า จะทำอย่างไรให้หัวเราะ? ในเมื่อเราจะหัวเราะก็เฉพาะเมื่อมีเรื่องตลกขบขัน เราไม่สามารถบังคับตัวเองให้หัวเราะเวลาที่เราไม่รู้สึกขำได้ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นความจริง แต่แค่บางส่วนเท่านั้น เพราะเราสามารถจี้เส้นตัวเองได้หลายวิธี และตักตวงประโยชน์ที่จะได้รับจากการหัวเราะ อารมณ์ขันไม่ได้สงวนไว้เฉพาะเรื่องขำขัน ภาพยนตร์หรือดาวตลกเท่านั้น แต่ให้เรามองอารมณ์ขันว่าเป็นเรื่องของทัศนคติ การเปิดใจกับเรื่องไม่เป็นสาระ ไม่เพียงแค่ป้อนเรื่องขำ ๆ ให้กับตนเองเท่านั้น แต่ต้องเปิดใจกับความพิลึกพิลั่นของทุก ๆ สถานการณ์ ไม่ว่าเรากำลังเผชิญกับความเครียดที่ทำงาน หรือกำลังเลิกกับแฟน หากท่านมองเห็นในแง่ขำขัน ก็จะช่วยให้เรามองประเด็นปัญหาได้ชัดเจนขึ้น และอาจช่วยปลดปล่อยความโกรธ ความช้ำใจ ผิดหวัง หรือเสียใจได้ด้วย แต่ต้องระวังอย่าไปหัวเราะผิดที่ผิดทางเข้า แทนที่เรื่องร้ายจะกลายเป็นดี อาจจะกลายเป็นความเดือดร้อนให้กับตนเองได้ เตือนตัวเองไว้เสมอว่า อย่าจริงจังกับชีวิตจนเกินไป ให้หัวเราะกับสิ่งรอบ ๆ ตัว แล้วความสุขจะอยู่ในกำมือของเรา

เทคนิคการเพิ่มความสุข

ข้อที่ 1 นักจิตวิทยาแนะให้ตระหนักว่า ความสุขที่ยั่งยืนไม่มีสูตรสำเร็จที่จะสร้างขึ้นมาได้ แต่มนุษย์มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพความเป็นอยู่ของตัวเองได้ ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจน เราก็สามารถมีความสุขได้ จริงอยู่ว่าความยากจนไม่มีจะกินทำให้เกิดทุกข์ แต่คนที่รวยล้นฟ้า ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะมีความสุขเสมอไป
ข้อที่ 2 การควบคุมตารางเวลาของตัวเอง คนที่มีความสุขจะรู้สึกว่าชีวิตอยู่ในกำมือตัวเอง แบ่งเวลาออกเป็นส่วน ๆ ตามเป้าหมายว่า วันนี้จะทำอะไรบ้าง เช้าทำอะไร เย็นทำอะไร แล้วก็ทำตามที่วางแผนไว้ แล้วก็จะรู้สึกว่า เราทำอะไร ๆ ได้มากมาย
ข้อที่ 3 ทำตัวให้มีความสุข ซึ่งก็ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการยิ้ม นักจิตวิทยาพบว่า เมื่อเรายิ้ม เราจะรู้สึกมีความสุขขึ้น ถ้าเราหน้าบึ้งก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ไม่น่าอยู่เลย เพราะฉะนั้นอยากมีความสุขก็ให้ยิ้มเข้าไว้
ข้อที่ 4 หางานหรือกิจกรรมที่ชอบทำในเวลาว่างที่ได้ใช้ทักษะของเราเอง เช่น ทำงานฝีมือหรือจัดแต่งสวนหน้าบ้าน กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้มีสมาธิ เพลิดเพลิน รู้สึกอยากทำงานให้สำเร็จ ลืมสนใจอย่างอื่นจนรู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สามารถทำได้โดยไม่ต้องรอให้มีเวลาว่าง ในการทำงานทุก ๆ วัน ก็สามารถทำได้ โดยการเปลี่ยนงานน่าเบื่อให้มีเป้าหมายว่าแต่ละชั่วโมงจะทำอะไรให้เสร็จบ้าง แล้วก็มุ่งมั่นทำให้ได้ จะช่วยให้เราทำงานอย่างมีความสุข
ข้อที่ 5 ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น เล่นกีฬา หรือเต้นแอโรบิคอยู่กับบ้านก็ได้ ซึ่งการศึกษาพบว่าการออกกำลังกายนั้น นอกจากจะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังสามารถบำบัดอาการซึมเศร้าทางจิตและความวิตกกังวลได้ด้วย เพราะจิตใจที่แจ่มใสย่อมอยู่คู่กับร่างกายที่แข็งแรง
ข้อที่ 6 นักจิตวิทยาแนะว่าการพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ คนที่มีความสุขนั้นนอกจากจะเป็นคนสดชื่นกระปรี่กระเปร่าแล้ว ถึงเวลาพักก็ต้องพักเต็มที่เพื่อเติมพลัง ถ้าเราพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะรู้สึกอ่อนเพลีย เฉื่อยชาและอารมณ์เสียง่ายอีกด้วย
ข้อที่ 7 การให้ความสำคัญกับคนใกล้ชิด ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ เวลาเราเหงาหรือทุกข์ใจ ยาขนานเอกก็คือการมีใครสักคนมาใกล้ชิดและห่วงใยเราอย่างแท้จริง ดังนั้นอย่าลืมทะนุถนอมความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดด้วยการแสดงความรักให้อีกฝ่ายรับรู้ อย่าคิดว่าอยู่กันมานานรู้ใจกันอยู่แล้ว หมั่นแสดงน้ำใจต่อคนใกล้ชิดเหมือนที่แสดงความมีน้ำใจกับผู้อื่น ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันและเติมความรักอยู่เสมอ
ข้อที่ 8 นักจิตวิทยาแนะว่า ให้เราใส่ใจผู้อื่นให้มากกว่าตัวเอง มองข้ามความต้องการของตัวเองไปบ้าง แล้วดูว่าผู้อื่นต้องการอะไร ต้องการความช่วยเหลืออะไรจากเราหรือไม่ เพราะการทำความดีโดยการช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นมีความสุข ก็จะทำให้เรารู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ และมีความสุขตามไปด้วย
ข้อที่ 9 หันมามองและตระหนักถึงสิ่งดี ๆ ในชีวิตที่มีอยู่และมักจะมองข้ามไป เช่น สุขภาพที่แข็งแรง เพื่อน ๆ ที่หวังดี ครอบครัวที่อบอุ่น คนที่จดจำและซาบซึ้งกับสิ่งดี ๆ ในชีวิต จะมีความสุขมากขึ้นได้
ข้อที่ 10 วิธีการเพิ่มความสุขในชีวิตของเรา คือสร้างศรัทธาในศาสนาเอาไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ผลจากการวิจัยพบว่าผู้ที่ศรัทธาในศาสนาใดก็ตามจะปรับตัวกับเรื่องร้าย ๆ ในชีวิตได้ดีกว่า รู้สึกว่าชีวิตเรามีความหมาย ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และแน่นอนว่ามีความสุขในชีวิตมากกว่า
และนี่ก็คือวิธีง่าย ๆ 10 ข้อ ในการเพิ่มความสุข ลองนำไปปฏิบัติดู แล้วจะเห็นว่าความสุขอยู่ใกล้มือเราเอง
**********************************************
บทความจากสารคดีทางวิทยุรายการจิตวิทยาเพื่อคุณ – วิทยุจุฬาฯ FM 101.5 MHz
โดย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คัคนางค์ มณีศรี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชราภรณ์ บุญญศิริวัฒน์
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 6 อย่าง

Robbins แบ่งความต้องการของมนุษย์ 6 อย่าง 

1. ต้องการความมั่นคงหรือความเชื่อมั่น (Certainty) ธรรมชาติของมนุษย์ต้องการความมั่นคงปลอดภัย ต้องการสถานการณ์ที่ตนเองสามารถที่จะคาดเดาและควบคุมได้  

2. ต้องการความหลากหลาย (Variety) มนุษย์มักต้องการความแปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำซากจำเจ แม้ความมั่นคงในข้อ 1 จะเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการ แต่ความมั่นคงเพียงอย่างเดียวย่อมนำมาซึ่งความซ้ำซากจำเจ และขาดความหลากหลายแปลกใหม่ ไม่ตื่นเต้น แบบว่าทำให้เบื่อ 

3. ต้องการความสำเร็จ (Significance) มนุษย์มักต้องการที่จะได้รับการยกย่อง และให้ความสำคัญ มนุษย์ทุกคนอยากรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ และมีตัวตน ต้องการความภาคภูมิใจในตัวเอง และอยากให้คนอื่นยกย่องเชิดชูเอาอกเอาใจ 

4. ต้องการความรัก (Love & Connect) มนุษย์มักต้องการความใกล้ชิด ความรู้สึกในการเป็นพวกเดียวกัน  

5. ต้องการความก้าวหน้า (Growth) คนเราทุกคนต้องการเรียนรู้และเติบโต ความเจริญเติบโต เด็กอยากรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้น ผู้ใหญ่ที่โตแล้วอยากรู้สึกว่าตนเองก้าวหน้า คนแก่ที่เกษียณแล้วก็อยากเห็นลูก ๆ หลาน ๆ เติบโต ครอบครัวของตนเองเจริญรุ่งเรือง 

6. ต้องการเป็นผู้ให้ (Contribution) ช่วยเหลือสังคม ทุกคนอยากมีความรู้สึกผู้สร้าง ผู้ช่วยเหลือ เพราะการให้เป็นความสุขที่สุดยอด แต่ละคนมีวิธีการให้สิ่งที่ให้และเป้าหมายที่ให้ไม่เหมือนกัน 

วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562

สมาธิเพื่อความผ่อนคลาย



สมาธิเพื่อการปล่อยวาง การทำจิตให้ว่าง จิตใจสงบ ทิ้งอดีตที่เลวร้าย หากเราปล่อยวางได้ ชีวิตของเราจะมีแต่ความสุข ความปลอดโปร่ง ความสบายใจ เป็นอิสระตลอดเวลา จิตใจของเราจะผ่องใส สว่าง เป็นอิสระ ... Credit: พระโพธิญาณเถร (ชา สุภัทโท) แห่งวัดหนองป่าพง

ใบขับขี่สากล ใช้เอกสารอะไรในการทำบ้าง

ใบขับขี่สากล ใช้เอกสารอะไรในการทำบ้าง?


หลักฐานประกอบคำขอทำใบขับขี่สากล มีดังนี้
  • สำเนาหนังสือเดินทาง เล่มที่ใช้ในการเดินทาง ประวัติหน้าที่แก้ไข (พร้อมฉบับจริง)
  • สำเนาประจำตัวประชาชน (พร้อมฉบับจริง)
  • สำเนาใบขับขี่รถส่วนบุคคล หรือ ตลอดชีพ (พร้อมฉบับจริง) ใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยกรมการขนส่งทางบกซึ่งยังไม่หมดอายุ (พร้อมฉบับจริง)
  • รูปถ่าย ขนาด 2 นิ้ว 2 รูป (รูปถ่ายต้องไม่เกิน 6 เดือน) โดยถ่ายรูปหน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือสวมแว่นตาสีเข้ม, ไม่มีภาพวิวหลังรูป
  • สำเนาหลักฐานการแก้ไขชื่อ-นามสกุล, ทะเบียนสมรสหรือใบหย่า
  • ค่าธรรมเนียม 505 บาท

วันพุธที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560

วิธีเข้า Line@ จาก PC

การเรียกใช้ Line@ Manager
วิธีเข้า Line@ จากเบราเซอร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือโน้ตบุ๊ค

1. เข้าตามที่อยู่นี้บนเบราเซอร์ http://admin-official.line.me ใส่ชื่อกับรหัสผ่านของไลน์เข้าไป ระบบจะแสดงตัวเลขรหัสขึ้นมาบนหน้าจอ
2. พิมพ์รหัสเข้าไปบนมือถือเครื่องที่ผูกกับบัญชีไลน์ไว้นะครับ พอพิมพ์เข้าไปก็จะสามารถเข้าระบบ  Line@ Managerได้

ง่าย ๆ เพียงเท่านี้เองนะครับ



LINE@ ตอบโจทย์คนขายของออนไลน์มากกว่าไลน์ธรรมดายังไง

LINE@ ตอบโจทย์คนขายของออนไลน์มากกว่า LINE แชท อย่างไร?

เข้ามาอ่านที่นี่นะครับ
http://at.lineapp.me/line-or-lineat/